วันที่ 7 พ.ค. 2565 พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหาราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ได้รับรายงานจาก ทหารกองร้อย ร.2521 จุดตรวจศิลาสลัก ต.จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง บนถนนเพชรเกษม เขตรอยต่อ จ.ระนอง- จ.ชุมพร ได้ทำการตรวจรถตู้โดยสารประจำทาง สาย ระนอง-ชุมพร เลขประจำรถ 429-13 สีขาว ทะเบียน 10-1203 ระนอง ซึ่งกำลังมุ่งหน้า ไปจังหวัดชุมพร และสามารถตรวจพบการกระทำผิดช่วยเหลือชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ภายในรถตู้โดยสารคันดังกล่าว พบคนไทย จำนวน 3 คน และพบชาวเมียนมาชาย จำนวน 4 คน นั่งมาในเบาะตอนท้ายของตู้โดยสารประจำทาง ตรวจสอบไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง หรือพาสสปอร์ต แต่มีการ โชว์แสดงบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยแทน
จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.สิริพร หรือผึ้ง พรหมมี อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ,สุราษฎร์ธานี ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำพา ทำหน้าที่ประสานงานกับนายหน้าชาวเมียนมาให้นำพาชาวเมียนมาออกจากพื้นที่ จ.ระนอง พร้อมได้จัดหาบัตรประจำตัวประชาชน มาให้ชาวเมียนมาถือติดตัว หากมีการเรียกตรวจระหว่างทาง โดยบัตรประชาชนทั้งหมด เป็นบัตรที่เจ้าของเสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยไปหาซื้อมาจากคนรู้จักมาในราคา บัตรละ 500 บาท และเช่ามาจากเพื่อนใบละ500 บาท รวมทั้งใช้บัตร ของสามีและบุตรชายที่เตรียมติดตัวมาด้วย และ ให้ชาวเมียนมาถือ 4 ใบ โดยนำมาให้ชาวเมียนมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ สารภาพได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ต่อคน จากนั้นเมื่อผ่านจุดตรวจไปได้จะนำไปส่งที่จังหวัดชุมพร จะมีคนมารอรับไปอีกทอดหนึ่ง และเคยทำแบบนี้ก่อนหน้ามาแล้ว 1 ครั้ง ทั้งนี้ ยังมีผู้ให้การช่วยเหลือนั่งมาเป็นหน้าม้า คือ นางแต๋ว เทพแก้ว อายุ 64 มีความเกี่ยวข้องเป็นแม่สามี ได้ค่าจ้างจากน.ส.สิริพร 2,000 บาท และอีกคนคือ นางสุทิน นาคปลัด อายุ 62 ปี เกี่ยวข้องเป็นมารดา ของ น.ส.สิริพร โดยทั้งคู่ ได้รับค่าจ้างจากน.ส.สิริพร คนละ 2,000 บาท
ส่วนชาวเมียนมา ชายทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่า คนเดินทางมาจาก จ.เมาะลำใย และมาพักที่ จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา จำนวน 4 วัน 4 คืน ก่อนนั่งเรือหางยาวลักลอบข้ามลำน้ำกระบุรีมาขึ้นฝั่งไทย และมีขบวนการนายหน้าในพื้นที่มารับช่วง เพื่อส่งต่อขึ้นรถตู้อีกทอดหนึ่ง โดยเสียเงินให้กับขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน รายละประมาณ 30,000 บาท ก่อน นำส่งตัวให้กับ ร้อยเวร พงส.สภ.ปากจั่น พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ผู้นำพาชาวไทยทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างค้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รอดพ้นจากการจับกุม ( มาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522)และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติคต่อ พ.ศ.2558” ส่วนแรงงานชาวเมียนมา ทั้ง 4 ราย แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าว เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติดามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. 2558”
กฤษดา เอกวานิช /จ.ระนอง